โรงเรียนบ้านทุ่งตำเสา

หมู่ที่ 6 บ้านทุ่งตำเสา ตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-380117

ไวรัส เอชพีวี การติดเชื้อระหว่างผู้ชายและผู้หญิง อาการมีความแตกต่างหรือไม่

ไวรัส

ไวรัส เอชพีวี เส้นทางของการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วิธีหลักในการแพร่เชื้อไวรัสเอชพีวี มีการติดเชื้อสูงและมีอาการป่วยนานขึ้น การสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการแพร่กระจายไวรัสเอชพีวี การติดต่อทางอ้อม ไวรัสเอชพีวีสามารถแพร่กระจายผ่านเสื้อผ้า สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และเครื่องใช้ของผู้ติดเชื้อ

การติดเชื้อจากแพทย์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์บางคน ป้องกันได้ไม่ดีระหว่างการรักษาและการพยาบาล โดยการใช้เครื่องมือแพทย์ที่สัมผัส หรือใช้งานเป็นครั้งที่ 2 โดยไม่ต้องทำความสะอาด และการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง ทำให้เกิดการติดเชื้อในตัวเอง หรือแพร่เชื้อไปยังผู้ป่วยผ่านทางเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี โดยการสัมผัสใกล้ชิดของทารกผ่านทางช่องคลอดของหญิงตั้งครรภ์ การติดเชื้อหมอกควัน จากการศึกษาพบว่า เอชพีวีมีอยู่ในควันที่เกิดจากการรักษาด้วยเลเซอร์ของไวรัส ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ควันที่ประกอบด้วยเอชพีวี อาจกลายเป็นเอชพีวี และทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้

ตราบใดที่ทำความสะอาดตัวเอง หรือหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ ก็สามารถลดความเป็นไปได้ที่จะแพร่เชื้อไวรัสเอชพีวีได้อย่างมาก เมื่อพบว่า ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีก็ควรรักษาให้ทันเวลา และควรตรวจคู่นอน หรือคู่สมรสในโรงพยาบาล ตราบใดที่การป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

อาการของการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี สำหรับระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เพราะจะมีเลือดคั่งขนาดเล็ก และสีแดง ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนและขนาด เมื่อเวลาผ่านไปพื้นผิวจะเปลี่ยนไป โดยทั่วไปแล้ว พื้นผิวจะเปราะและแข็ง มีลักษณะเป็นหูดที่หยาบกร้าน มีลักษณะทางคลินิกในรูปของหูดหงอนไก่ ดังนั้น รูปแบบของการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีจึงมีความหลากหลาย

หูดหงอนไก่ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี สีผิวมีความหลากหลาย บางชนิดมีสีแดงหรือเทา หรือสีผิวเป็นปกติ และติดเชื้อไวรัสเอชพีวีในพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวนน้อยยังมีอาการคัน เจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออก เนื่อง จากไม่มีอาการคัน ผู้ป่วยจึงมีแนวโน้มที่จะเกาบริเวณนั้น

ดังนั้น หูดไวรัสเอชพีวีได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจนำไปสู่การกัดเซาะ และแม้กระทั่งเลือดออกส่งผลให้เกิดการตกเลือด และการติดเชื้อ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอชพีวี การเจ็บป่วยของผู้ชายมักจะรุนแรง ปากท่อปัสสาวะ และผู้ป่วยบางรายก็จะเกิดขึ้นในร่างกาย ผู้ป่วยหญิงพบได้บ่อยมากในช่องคลอด โรคในช่องคลอด ทวารหนักและปากมดลูก

การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีหญิง และโรคทั้งสองส่วนพบได้บ่อยมาก ผู้ป่วยรักร่วมเพศมักเกิดขึ้นที่ทวารหนักในกลุ่มประชากรพิเศษ นอกจากบริเวณที่เกิดโรคทั่วไปแล้ว ยังมีอีกหลายจุดที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่น ระหว่างนิ้วเท้า สะดือ ช่องปากและรักแร้

ไวรัสเอชพีวีเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และนำความเจ็บปวดมาสู่ชีวิต หรือการงานของผู้คน ผู้คนต่างกระตือรือร้นที่จะขจัดปัญหาของโรคนี้โดยเร็วที่สุด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ทุกคนควรป้องกันตนเองจากโรคต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายให้มากขึ้น เพราะสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ควรกินผลไม้ และผักสดให้มากขึ้น สำหรับครอบครัว หรือคนรุ่นหลังให้ใส่ใจเรื่องชีวิตทางเพศ

การรักษาการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชาย ควรทำความสะอาดร่างกาย เพราะเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่เข้าใจง่ายที่สุด วิธีการที่ใช้คือ การรักษาภายนอกเช่น การเลเซอร์ ไมโครเวฟ การเผาไหม้ด้วยไฟฟ้า และกายภาพบำบัดอื่นๆ การผ่าตัดรักษา การรักษาด้วยยา พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของผู้ป่วย ควรได้รับการรักษาด้วยยาที่ถูกต้อง และผิวหนังชั้นนอกที่เสียหายจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี

เพื่อให้แอนติเจนของเอชพีวีในผิวหนังชั้นนอก เพื่อไม่ให้เกิดการสัมผัสกับระบบภูมิคุ้มกันในผิวหนังชั้นหนังแท้ เพื่อสร้างและกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันอย่างสมบูรณ์ ควรปรับปรุงภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยดีขึ้น ดังนั้นควรอยู่ห่างจากโรค เพื่อปรับปรุงความสามารถของร่างกายของผู้ป่วย ในการต่อต้านการติดเชื้อเอชพีวี

วิธีการที่ใช้คือ การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันทั้งระบบหรือเฉพาะที่ หากใช้อินเตอร์เฟอรอน ในการรักษาการติดเชื้อ”ไวรัส”เอชพีวี สามารถใช้ร่วมกับวิธีอื่น หรือใช้วิธีอื่นในการกำจัดหูด แล้วใช้อินเตอร์เฟอรอน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการรักษาแบบเสริม หรือลดการกลับเป็นซ้ำ

อย่างไรก็ตาม อุบัติการณ์ของผลข้างเคียง ของอินเตอร์เฟอรอนค่อนข้างสูง ยาต้านไซโตไคน์เป็นสารไกล่เกลี่ยชนิดหนึ่ง ที่ผลิตโดยเซลล์ชีวภาพหลังจากได้รับบาดเจ็บ เพราะเป็นการทำหน้าที่ป้องกันของร่างกายมนุษย์ ไซโตไคน์2 ซึ่งใช้รักษาการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เพราะเป็นไกลโคโปรตีนที่ผลิตโดยทีเซลล์ เพราะจะไปกระตุ้น ซึ่งมีผลเสริมบางอย่างในการลดการกลับมาเป็นซ้ำ

ข้างต้นเป็นหลักการรักษาการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เพราะจะเห็นได้ว่า การรักษาการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีนั้น ไม่ง่ายเหมือนการกำจัดอาการ เป้าหมายสูงสุดของการรักษาคือ การคืนสภาพของผู้ป่วยให้สมบูรณ์ และปรับปรุงภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย ดังนั้น การรักษาควรรักษาโดยแพทย์ เพราะแพทย์มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วย เพื่อให้กลับมาเป็นปกติ

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ   ➠  ไขสันหลัง ที่เกิดการอักเสบมีสาเหตุเกิดจากอะไร